ช่วงนี้ประเทศไทยเผชิญมลภาวะทางอากาศรุนแรงติดอันดับโลก หมอกควันปกคลุมทั่วทั้งวัน PM 2.5 ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพของเรา เรียนรู้เพื่อป้องกันตัวเองและครอบครัว
ขนาด ≤ 10 ไมครอน — เกิดจากธรรมชาติ ละอองเกสร เชื้อโรค ฝุ่นในบ้าน สามารถดักจับได้บางส่วน
ขนาด ≤ 2.5 ไมครอน (เล็กกว่าเส้นผมถึง 25 เท่า) เกิดจากการเผาไหม้ ควันรถยนต์ กระบวนการอุตสาหกรรม มีโลหะหนักมากกว่า PM10
เนื่องจากมีขนาดเล็กมาก ฝุ่น PM2.5 สามารถเล็ดลอดระบบดักจับของร่างกาย เข้าสู่ถุงลมปอด ก่อให้เกิดการอักเสบ และการหายใจผิดปกติ
ในช่วงเปลี่ยนฤดู อุณหภูมิผกผัน ทำให้ฝุ่นสะตัว ลอยตัวต่ำ กระจายยาก → ความเข้มข้นสูง
ผลกระทบที่พบได้บ่อยทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจและเยื่อบุ
อาการจะรุนแรงขึ้นหากมีโรคประจำตัวกลุ่มระบบหายใจ
เครื่องมือที่บอกระดับมลพิษในแต่ละพื้นที่ โดยใช้ PM2.5 เป็นหนึ่งในตัวแปรหลัก ประเทศไทยแบ่ง 5 ระดับ
| สี | ระดับ AQI | คุณภาพอากาศ | คำแนะนำ |
|---|---|---|---|
| ● ฟ้า-เขียว | 0-50 | ดีมาก | ทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ปกติ |
| ● เหลือง | 51-100 | ปานกลาง | กลุ่มเสี่ยงควรลดระยะเวลากลางแจ้ง |
| ● สีส้ม | 101-150 | เริ่มมีผลกระทบ | ประชาชนทั่วไปควรจำกัดกิจกรรมกลางแจ้ง |
| ● แดง | 151-200 | มีผลกระทบต่อสุขภาพ | หลีกเลี่ยงกิจกรรมนอกอาคาร สวมหน้ากาก N95 |
| ● ม่วง/แดงเข้ม | 201+ | อันตราย | งดออกนอกบ้าน ทุกคนเสี่ยงผลกระทบรุนแรง |
ดูแลตนเองและครอบครัวให้ปลอดภัยจาก PM2.5 ด้วย 10 วิธีปฏิบัติ
ใช้แอพ AIR4THAI หรือเว็บไซต์รายงาน AQI ก่อนออกจากบ้าน
สำหรับทำงานกลางแจ้ง 3-4 ชม./วัน ต้องใส่หน้ากากกรอง PM2.5 (NIOSH)
โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ลดการเปิดรับฝุ่นภายนอก
หายใจเร็ว → รับฝุ่นเข้าปอดมากขึ้น
งดสูบบุหรี่, เตาถ่าน, สเปรย์, จุดเทียน, ดูดฝุ่นแบบแห้ง
ใช้ระบบหมุนเวียนอากาศภายใน + แผ่นกรองประสิทธิภาพสูง
โอโซนระคายทางเดินหายใจ ไม่ช่วยกำจัดฝุ่น
ปัดฝุ่นโดยไม่ฟุ้งกระจาย ลดการหมุนเวียนฝุ่น
ปฏิบัติตามแพทย์ รับยา ป้องกันไม่ให้สัมผัสฝุ่น
โดยเฉพาะพลาสติก ยางรถยนต์ ลดมลพิษทางอ้อม
การผกผันของอุณหภูมิ (Temperature inversion) ชั้นอากาศเย็นกดฝุ่นไม่ให้ลอยตัว ประกอบกับการเผาในที่โล่งและควันรถ ทำให้ PM2.5 สะสมเกินค่ามาตรฐานเกือบทุกพื้นที่
หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก แน่นหน้าอกมากขึ้น เหนื่อยผิดปกติ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคปอด/หัวใจ ควรรีบปรึกษาแพทย์และหลีกเลี่ยงมลพิษ